Royal Gaurd ราชองครักษ์พิทักษ์อาณาจักร

Royal Gaurd ราชองครักษ์พิทักษ์อาณาจักร

ตู้เย็นเคลื่อนที่แห่ง Ragnarok ผู้ถือหอกบนหลัง กริฟฟอน (Gryphon) ฟาดฟันศัตรูและขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากอาณาจักร เพื่อความสงบสุขของเหล่ามวลประชา

รอยัลการ์ด (Royal Gaurd) อาชีพคลาส 3 ที่พัฒนามาจาก ครูซาเดอร์ (Crusader) และ พาลาดิน (Paladin) อาชีพนี้จะมีจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาในเรื่องของทักษะการใช้หอกที่หลากหลาย โดยแบ่งแยกสายใหญ่ๆออกมาเป็น 3 สายคือ สายหอก เน้นเรื่องการต่อสู้ศัตรูที่มีความเสียหายรุนแรง สายโล่ เด่นเรื่องการปกป้องที่สูง สายปาร์ตี้นกกิฟฟอน เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง (เก็บเลเวล หรือล่าบอส) โดยสกิลจะมีรายละเอียดดังนี้

  • Trample (สกิลกดใช้)

กระทืบพื้นรอบตัว 5 ช่องเพื่อทำลายกับดัก ไม่สามารถทำลายกับดักระเบิดได้ เลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้นจะทำให้มีโอกาสทำลายกับดักสำเร็จมากขึ้น และหลบกับดักเพิ่มขึ้นด้วย มีทั้งหมด 3 ขั้น (ใช้ในกิลด์วอร์)

  • Prestige (สกิลกดใช้)

เพิ่มพลังป้องกัน และโอกาสหลบหลีกเวทย์โจมตีได้ทุกรูปแบบ สกิล Defending Aura สามารถเสริมพลังป้องกันขึ้นได้อีก เลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มพลังป้องกัน โอกาส และเวลาของสกิลได้ จำเป็นต้องผ่าน Trample 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น (สกิลที่ดีมากๆกับทุกสายที่จะต้องปะทะกับศัตรูบ่อยๆ)

  • Vanguard Force  (สกิลกดใช้)

เพิ่มค่าเลือดสูงสุด (Max HP) และค่าป้องกัน (DEF) ให้กับตนเอง พร้อมลด SP เรื่อยๆเป็นเวลา 5 นาที  ระหว่างใช้จะมีโอกาสได้รับค่า Rage เมื่อถูกโจมตี สามารถกดยกเลิกโดยกดสกิลอีกครั้งได้ เลเวลของสกิลจะช่วยเพื่มค่าเลือดสูงสุด ค่าป้องกัน โอกาสที่จะได้รับ Rage และจำนวนที่สามารถเก็บ Rage ได้ แต่จะใช้ SP มากขึ้นด้วยเช่นกัน มีทังหมด 5 ขั้น (เหมาะแก่สายโล่ควรอัพ)

  • Burst Attack (สกิลกดใช้)

นำค่า Rage ทั้งหมดที่มี โจมตีใส่เป้าหมายอย่างรุนแรง เลือดผู้ใช้ที่น้อยลงจะมีผลต่อความแรงของสกิลด้วย จำเป็นต้องผ่าน Vanguard Force 1 มีทั้งหมด 1 ขั้น

  • Shield Press (สกิลกดใช้)

โจมตีเป้าหมายด้วยโล่ และมีโอกาสทำให้ติดสถานะ Stun น้ำหนักและการตีบวกโล่จะช่วยเพิ่มความเสียหายของสกิล เลเวลสกิลมีผลความแรง โอกาสและระยะการติดสถานะอีกด้วย ต้องผ่าน Smite 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Piety (สกิลกดใช้)

เปลี่ยนเกราะเพื่อนในปาร์ตี้ รอบตัว 3 ช่องเป็นธาตุ Holy และเสียน้ำมนต์(Holy Water) 2 ชิ้น ต่อการใช้ 1 ครั้ง สกิลนี้สามารถใช้กับตัวเองได้ ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นตามเลเวลที่อัพสกิลไว้ จำเป็นต้องผ่าน Faith 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Reflect Damage (สกิลกดใช้)

ใช้โล่เพิ่มโอกาสสะท้อนความเสียหายไปยังศัตรูโดยรอบ 7 ช่อง จะเสีย SP 10 ทุกวินาทีระหว่างการใช้ท่า 5 นาที สกิลนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับท่า Shield Reflect ได้ การอัพเลเวลสกิลมีผลต่อโอกาส ความเสียหาย และจำนวนที่ศัตรูได้รับการสะท้อน จำเป็นต้องผ่าน Shield Reflect 5 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Earth Drive (สกิลกดใช้)

ใช้โล่ทุบพื้นที่ด้วยธาตุ Earth มีโอกาสทำให้ลดพลังป้องกัน และความเร็วของศัตรูในพื้นที่ มีโอกาสเล็กน้อยทำให้โล่ของผู้ใช้พัง น้ำหนักของโล่ช่วยเพื่อความเสียหายของสกิลได้ เลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มพิ้นที่ ความแรง และระยะเวลาของท่า แต่จะเพิ่มโอกาสโล่พังด้วย จำเป็นต้องเรียน Reflect Damage 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Shield Spell (สกิลกดใช้)

ใช้โล่ เรียกเวทย์มนต์แบบสุ่ม 1 แบบออกมา โดยยึดตามค่าป้องกัน ที่เลเวล 1 ยึดตามป้องกันเวทย์ ที่เลเวล 2 และยึดตามการตีบวก ที่เลเวล 3 จำเป็นต้องผ่าน Shield Press Lv.3 และ Earth Drive Lv.2 มีทั้งหมด 3 ขั้น โดยมีรายละเอียดเวทย์มนต์ดังนี้ (สำคัญมากกับสายโล่ต้องอัพ)

  1. เลเวล 1 ยึดตามค่าป้องกัน จะสุ่ม
    • โจมตีธาตุ Neutral รอบตัว และกระเด็นถอยหลังไป 2 ช่อง พื้นที่สร้างความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอยู่กับปริมาณค่าป้องกันของโล่ที่สวม
    • สะท้อนความเสียหายโจมตีระยะใกล้ (ไม่มีผลกับบอส) ระยะเวลาจะอิงตามค่าป้องกันของโล่
    • เพิ่มพลังโจมตี ความเสียหาย และระยะเวลาจะอิงตามค่าป้องกันของโล่
  2. เลเวล 2 ยึดตามค่าป้องกันเวทย์ จะสุ่ม
    • โจมตีเวทย์ธาตุ Holy รอบตัว พื้นที่สร้างความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอยู่กับปริมาณค่าป้องกันเวทย์ของโล่ที่สวม
    • ร่าย Lex Divina ใส่ศัตรูรอบตัว พื้นที่การร่าย และระยะเวลาจะเพิ่มมากขึ้นตามค่าป้องกันเวทย์ของโล่ที่สวม
    • ร่าย Magnificat ใส่ตัวเอง ระยะเวลาจะเพิ่มมากขึ้นตามค่าป้องกันเวทย์ของโล่ที่สวม
  3. เลเวล 3 ยึดตามค่าตีบวกโล่ จะสุ่ม
    • เพิ่มโอกาสโจมตีทำลายเกราะของศัตรู 100% ระยะเวลาขึ้นอยู่กับค่าตีบวกของโล่
    • เพิ่มค่าป้องกัน และต้านทานสถานะผิดปกติ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับค่าตีบวกของโล่
    • ฟื้นฟูเลือดผู้ใช้
  • Inspiration (สกิลกดใช้)

เสียค่าประสบการณ์ 1% เพื่อเพิ่มพลังโจมตี ความแม่นยำ เลือดสูงสุด ค่าสเตตัส ลบและป้องกันสถานะผิดปกติส่วนใหญ่ และสามารถใช้ Genesis Ray และ Hesperus Lit ได้ ระหว่างใช้จะสูญเสีย HP และ SP เรื่อยๆ ความเสียหายที่ทำได้จะสะท้อนมาหาผู้ใช้ 1% ด้วย เลเวลสกิลจะช่วยเพิ่มพลังโจมตี ความแม่นยำ เลือดสูงสุด และระยะเวลาของงสกิล แต่จะใช้ HP และ SP เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องผ่าน Piety Lv.5, Genesis Ray Lv.4 และ Shield Spell Lv.3 มีทั้งหมด 5 ขั้น (เป็นสกิลใช้ในช่วงท้ายๆของเลเวล)

  • Banding (สกิลกดใช้)

เพิ่มพลังโจมตี พลังป้องกัน อัตราฟื้นฟูเลือด 50% และทำให้ศัตรูเชื่องช้า ในระยะ 7 ช่องรอบตัว หากในทีมมี Royal Gaurd จะช่วยเสริมพลังโจมตี พลังป้องกัน และเลือดสูงสุดให้มากขึ้น ระหว่างใช้สกิลจะสูญเสีย SP ทุกๆ 5 วินาที เลเวลสกิลจะช่วยเสริมพลังโจมตี พลังป้องกัน มากขึ้น แต่เสีย SP มากขึ้น จำเป็นต้องผ่าน Pinpoint Attack Lv. 3 และ Burst Attack Lv. 1 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Hesperus Lit (สกิลกดใช้)

โจมตีใส่เป้าหมายด้วยหอก โดยจำเป็นต้องมี Royal Gaurd ที่ใช้สกิล Banding 3 คนขึ้นไป หากมีคนใช้ Inspiration จะนับเป็น Banding 3 คนทันที ความเสียหายจะแรงมากขึ้นตามผู้ใช้ Banding อีกด้วย การใช้ต่อครั้งจะเสีย SP 120 และคนอื่นจะสูญเสียคนละ SP 60 เลเวลสกิลจะช่วยเพิ่มความเสียหายมากขึ้น จำเป็นต้องมี Banding Lv. 3 และ Prestige Lv. 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น สำหรับจำนวนผู้ใช้ Banding จะทำให้สกิลเพิ่มสถานะพิเศษดังนี้

  1. จำนวนผู้ใช้ Banding 4 คน จะทำให้เป้าหมายติดสถานะ Stun ทันทีเป็นเวลา 4-8 วินาที
  2. จำนวนผู้ใช้ Banding 5 คน จะทำให้การใช้สกิลเป็นธาตุ Holy
  3. จำนวนผู้ใช้ Banding 6 คน จะเพิ่มความแรง 50% และใช้สกิล Pinpoint Attack ตามเลเวลผู้ใช้
  4. จำนวนผู้ใช้ Banding 7 คน จะได้ Rage เต็ม
  • Genesis Ray (สกิลกดใช้)

เสียเลือดสร้างความเสียหายโจมตี และเวทย์มนต์ ธาตุ Holy รอบตัว 11 ช่อง จำเป็นต้องมีผู้ใช้ Banding 2 คน ศัตรูธาตุ Undead และ Demon จะมีโอกาสติด Blind 50% ไม่มีผลกับบอส จำนวนผู้ใช้ Banding มากขึ้นจะช่วยให้ความเสียหายเวทย์เพิ่มมากขึ้น เสีย SP 60 ในการใช้ เลเวลสกิลจะช่วยเพิ่มความเสียหายโจมตี และเวทย์มนต์ แต่จะเสียเลือด และการร่ายนานขึ้น จำเป็นต้องผ่าน Grand Cross Lv. 5 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Moon Slasher (สกิลกดใช้)

ใช้หอกโจมตีศัตรูรอบตัว 7 ช่อง มีโอกาสทำให้ศัตรูหยุดนิ่ง หากเล่นผู้เล่นจะทำให้นั่ง เป็นเวลา 1-4 วินาที สกิล Overbrand จะช่วยเพิ่มความเสียหายได้ เลเวลสกิลจะช่วยเพิ่มความเสียหาย โอกาสติดสถานะ และเวลาการใช้ให้น้อยลง จำเป็นต้องผ่าน Spear Mastery Lv. 1 มีทั้งหมด 5 ขั้น (ใช้สำหรับกิลด์วอร์)

  • Vanishing Point (สกิลกดใช้)

โจมตีเป้าหมายด้วยหอก และเพิ่มความแม่นยำตามการอัพเลเวลสกิล ท่า Bash มีส่วนช่วยเสริมหายเสียหาย จำเป็นต้องผ่าน Spear Mastery Lv. 1 มีทั้งหมด 10 ขั้น (สกิลเด่นของสายหอก เพราะไม่มีการร่ายเลย)

  • Exceed Break (สกิลกดใช้)

การโจมตีครั้งถัดไปจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง และทำให้ผู้ใช้เดินช้า ของแต่ง น้ำหนักและเลเวลของอาวุธสามารถช่วยเพิ่มความเสียหายมากขึ้น เลเวลสกิลจะช่วยเพิ่มความเสียหาย และความเร็ว แต่รร่ายนานยิ่งขึ้น จำเป็นต้องผ่าน Vanishing Point Lv. 3 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Pinpoint Attack (สกิลกดใช้)

ขว้างหอกไปหาเป้าหมายในระยะ 5 ช่องมีโอกาสทำให้ติดสถานะ Bleeding ที่เลเวลสกิล 1 Break Helm ที่เลเวล 2 Break Shield ที่เลเวล 3 Break Armor ที่เลเวล 4 และ Break Weapon ที่เลเวล 5 ความเสียหายจะเป็นแบบคริติคอลเสมอ เสีย SP 50 ทุกการใช้งานในแต่ละครั้ง เลเวลสกิลจะช่วยให้ความเสียหาย โอกาสติดสถานะเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องผ่าน Vanishing Point Lv. 5  มีทั้งหมด 5 ขั้น (สกิลป่วนกิลด์วอร์)

  • Cannon Spear (สกิลกดใช้)

ปาหอกไปเหล่าศัตรูเป็นเส้นตรงระยะ 11 ช่อง เลเวลสกิลที่มากขึ้นจะเพิ่มความเสียหายได้ จำเป็นต้องผ่าน Pinpoint Attack Lv. 1 มีทั้งหมด 5 ขั้น

  • Over Brand (สกิลกดใช้)

โจมตีศัตรูด้านหน้า และด้านข้างผู้ใช้ สร้างความเสียหาย 1-3 ครั้ง สกิล Spear Quicken สามารถเสริมความเสียหายได้ ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นตามเลเวล จำเป็นต้องผ่าน Slasher Lv. 3 และ Pinpoint Attack Lv. 1 มีทั้งหมด 5 ขั้น (ต้องอัพไว้เพื่อใช้ในการเก็บเลเวล เพราะมีความหลากหลายในการเล่น)

Royal Gaurd อาชีพนี้มีรายละเอียดสกิลที่แยกย่อยออกมาค่อนข้างเยอะ การใช้สกิลจึงต้องทำความเข้าถึงบริบทของมันสักหน่อย